นิทานอีสป เรื่อง กบในกะลา

มีกบ 2 ตัวเป็นเพื่อนกัน ซึ่งอาศัยอยู่ในกะลาใบหนึ่ง จนมีอยู่วันหนึ่ง เจ้ากบตัวหนึ่งได้ออกไปนอกกะลาแล้วได้พบสถานที่สุดแสนแปลกตา นั่นคือ แอ่งน้ำในสวนมะพร้าว มันจึงกลับเข้ามาโอ้อวดเจ้ากบอีกตัวที่เอาแต่อยู่ในกะลาไม่ยอมออกไปรู้จักโลกภายนอก

เจ้ากบนอกกะลา : เจ้าไม่ยอมออกไปข้างนอกบ้างหรอ มันกว้างใหญ่จะตายไป

เจ้ากบในกะลา : ข้างนอกมีอะไรบ้าง

เจ้ากบนอกกะลา : มีแอ่งน้ำกว้างใหญ่

เจ้ากบในกะลา : แล้วนอกแอ่งน้ำมีอะไรอีก

เจ้ากบนอกกะลา : มีสวนขนาดใหญ่

เจ้ากบในกะลา : แล้วนอกสวนมีอะไรอีก

เจ้ากบนอกกะลา : มีหมู่บ้าน

เจ้ากบในกะลา : แล้วนอกหมู่บ้านมีอะไรอีก

เจ้ากบนอกกะลา : … (มันได้แต่เงียบไป)

เจ้ากบในกะลา : เห็นไหม แท้จริงเจ้ามันก็แค่กบในกะลา เพียงแต่กะลาของเจ้ามันใหญ่ขึ้นเท่านั้น ส่วนข้าก็จะขออยู่ในกะลานี้ต่อไป เจ้าอย่าทะนงตัวมาดูถูกข้าในสิ่งที่เจ้ารู้มาเพียงแค่เศษเสี้ยว

เจ้ากบนอกกะลา : แล้วเจ้าอยู่แต่ในนี้ เจ้ามีความสุขเหรอ

เจ้ากบในกะลา : ข้ามีความสุขดี ข้าเบื่อที่จะต้องไปค้นหาความจริง เพราะโลกความจริงมันช่างโหดร้าย ข้าจึงขออยู่อย่างสงบแบบนี้ต่อไป

เจ้ากบนอกกะลา : งั้นข้าขอออกไปเจอกับโลกภายนอกก็แล้วกัน ข้าเชื่อว่าการที่ข้าได้พยายามออกไปเรียนรู้เรื่อย ๆ มันคงจะมีความสุขกว่าการไม่รู้อะไรเลย และขอโทษด้วยที่เคยว่าเจ้า

เจ้ากบในกะลา : ข้าขอให้เจ้าโชคดี

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า : ผู้ที่สำคัญตนว่าตนเองเป็นผู้มีความรู้มาก แต่ความจริงแล้วมีความรู้ในกรอบแคบ ๆ มีประสบการณ์น้อยเพราะไม่ได้ออกไปเจอกับโลกทัศน์ภายนอก แต่หากวันใดที่ได้ออกไป อาจจะต้องอยู่ด้วยความลำบาก