นิทานอีสปเรื่อง หมีกับสนุขจิ๊งจอก

วันหนึ่งสัตว์ป่าทั้งหลายออกมาพบปะพูดคุยกัน ทุกตัวต่างก็พยายามเล่าถึงความดีของตนเอง หมีตัวหนึ่งเล่าให้สัตว์ตัวอื่น ๆ ฟังว่า “ข้าเป็นผู้ที่มีความเมตตามากที่สุด เพราะข้าไม่เคยกินมนุษย์ที่ตายแล้วเลยสักครั้ง” สุนัขจิ้งจอกได้ยินจึงหัวเราะแล้วพูดว่า “โอ้ แสดงว่าเจ้ากินเฉพาะคนที่ยังหายใจอยู่น่ะสิ อย่างนั้นก็ยิ่งแย่กว่ากินคนตายแล้วเสียอีก แล้วอย่างนี้จะเรียกว่ามีความเมตตาได้อย่างไร” พูดจบมันก็เดินจากไป

:: นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ::

ควรมีความเมตตาต่อผู้อื่นเมื่อเขายังมีชีวิตอยู่ ไม่ใช่ทำเมื่อเจาได้ตายจากไปแล้ว

:: พุทธภาษิต ::

เจริญเมตตาจิตมีผลมากกว่าให้ทาน

ภิกษุทั้งหลาย! ผู้ใดพึงให้ทานประมาณ ๑๐๐ หม้อใหญ่ในเวลาเช้า
ผู้ใดพึงให้ทานประมาณ ๑๐๐ หม้อใหญ่ในเวลาเที่ยง
ผู้ใดพึงให้ทานประมาณ ๑๐๐ หม้อใหญ่ในเวลาเย็น

ผู้ใดพึงเจริญเมตตาจิตในเวลาเช้า โดยที่สุดแม้เพียง
ชั่วการหยดน้ํานมแห่งแม่โค หรือผู้ใดพึงเจริญเมตตาจิตใน
เวลาเที่ยง โดยที่สุดแม้เพียงชั่วการหยดน้ํานมแห่งแม่โค
หรือผู้ใดพึงเจริญเมตตาจิตในเวลาเย็น โดยที่สุดแม้เพียง
ชั่วการหยดน้ํานมแห่งแม่โค การเจริญเมตตาจิตนี้มีผล
มากกว่าทานที่บุคคลให้แล้ว ๓ ครั้งในวันหนึ่งนั้น

เพราะเหตุนั้นในเรื่ิองนี้ เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้
ว่า เราจักเจริญเมตตาเจโตวิมุตติ กระทําให้มาก กระทําให้เป็น
ดุจยานที่เทียมดีแล้ว กระทําให้เป็นของที่อาศัยได้ กระทําให้
มั่นคง ประพฤติสั่งสมเนืองๆ ปรารภสม่ำเสมอด้วยดี